
ทีมวิจัยจากสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต และภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันศึกษาพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในระยะเริ่มแรกสำหรับเด็กไทย (Thai Diagnostic Autism Scale: TDAS) ภายใต้การวิจัยในหัวข้อ Development and psychometric evaluation of a Thai Diagnostic Autism Scale for the early diagnosis of Autism Spectrum Disorder
โดยเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในระยะเริ่มแรกสำหรับเด็กไทย (Thai Diagnostic Autism Scale: TDAS) ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อวินิจฉัยภาวะออทิสซึม (Autism Spectrum Disorder: ASD) ในเด็กไทยอายุ 12-48 เดือน เครื่องมือ TDAS มีข้อประเมินทั้งหมด 23 ข้อ ประกอบด้วย ข้อที่ประเมินโดยการสังเกต 13 ข้อ และข้อที่ประเมินโดยการสัมภาษณ์ 17 ข้อ ซึ่งมี 7 ข้อ ที่ต้องประเมินทั้งสองแบบ
การวิเคราะห์ทางสถิติที่เกี่ยวข้องในการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือ TDAS นั้น ได้แก่ การวิเคราะห์ค่าความเที่ยงตรงรายข้อ (Index of Item-Objective Congruence: IOC), การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์แคปปาของโคเฮน (Cohen’s Kappa Coefficient) เพื่อใช้ในการทดสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง (Construct validity) และการทดสอบเที่ยงตรงภายใน (Inter-rater validity) ระหว่างผู้วินิจฉัยกับผู้สังเกตด้วยเครื่องมือ TDAS และความเที่ยงตรงตามสภาพ (Concurrent validity) ระหว่างเครื่องมือ TDAS และการวินิจฉัยโดยแพทย์ ตามลำดับ
ผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า เครื่องมือ TDAS ที่พัฒนาขึ้นนี้ มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง ความเที่ยงตรงภายใน และความเที่ยงตรงตามสภาพ ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ สามารถนำไปใช้ในการวินิจฉัยภาวะออทิสซึมให้แก่เด็กไทยตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม
คุณสมบัติของเครื่องมือ TDAS นี้ มีความน่าเชื่อถือ มีความเหมาะสมในการนำไปใช้ และยังช่วยลดอุปสรรคจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม และค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ในการใช้เครื่องมือประเมินแบบตะวันตกหรือแบบแปล อีกทั้งการใช้งานในทางปฏิบัติมีประสิทธิภาพ และทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
คณะผู้วิจัยคาดหวังว่า งานวิจัยนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยลดจำนวนเด็กที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยภาวะออทิสซึม หรือได้รับการวินิจฉัยล่าช้า และนำไปสู่การเฝ้าระวังและรักษาภาวะออทิสซึมในเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสร้างเครื่องมือ TDAS เพื่อใช้ในการวินิจฉัยภาวะออทิสซึมสำหรับเด็กไทยในระยะเริ่มแรกนี้ ถือเป็นประเด็นที่สำคัญ และมีประโยชน์ทั้งในด้านการแพทย์และด้านสังคม เนื่องจากเครื่องมือนี้สามารถลดข้อจำกัดในการเข้าถึงแบบประเมินอื่น ๆ ที่ต้องซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ และลดค่าใช้จ่ายในการฝึกใช้แบบประเมิน เพิ่มประสิทธิภาพในการประเมิน และมีข้อคำถามที่เข้ากับบริบทของสังคมไทย
นอกจากนี้ ยังช่วยให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งจะไปสู่การเฝ้าระวัง และการบำบัดรักษาอย่างเข้มข้นตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้เต็มศักยภาพอย่างมีความสุข
กิตติกรรมประกาศ
โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในระยะเริ่มแรกสำหรับเด็กไทย (Development of the Thai Diagnostic Autism Scale (TDAS) for Early Detection) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559-2562 และได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้
ข้อมูลเพิ่มเติม
TDAS เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำข้อมูลการประเมินมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในเด็กอายุ 1 – 5 ปี โดยเครื่องมือนี้ใช้ได้ในสหวิชาชีพที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดูแลรักษาเด็กออทิสซึม ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยา และนักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย โดยผลการประเมินจะเป็นหลักฐานประกอบการวินิจฉัยร่วมกับการพิจารณาของแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัยเป็นไปอย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น ทำให้เด็กเข้าสู่การรักษาได้มากขึ้น
ที่มาและความสำคัญของการพัฒนาเครื่องมือ คือ ปัญหาในการวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในปัจจุบันคือ จำนวนเด็กออทิสติกที่เพิ่มขึ้น, ขาดแคลนบุคลากรในการวินิจฉัยเด็กออทิสซึม, ไม่มีเครื่องมือที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของไทย และอีกทั้งค่าใช้จ่ายสูงในการประเมินด้วยเครื่องมือมาตรฐานของต่างประเทศ ผู้วิจัยได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้สร้างและพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในระยะเริ่มแรกสำหรับเด็กไทย (Thai Diagnostic Autism Scale: TDAS ) ภายใต้แนวคิด Simple , Practical, Low cost และ Quality
พบว่าจากข้อมูลจำนวนประชากรเด็กจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2558, ข้อมูลจำนวนเด็กสงสัยภาวะออทิสซึมประมาณการณ์จากความชุกของเด็กออทิสติกในประเทศไทย, ข้อมูลจำนวนแพทย์จากแพทยสภา ปี 2559, ข้อมูลจำนวนโรงพยาบาลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขปี 2557
ข้อเปรียบเทียบการวินิจฉัยโดยแพทย์และการใช้เครื่องมือ TDAS
สถิติประชากรเด็กอายุ 1 – 4 ปี ในประเทศไทยมีจำนวน 3,026,620 คน เป็นเด็กที่สงสัยภาวะออทิสซึมจำนวน 60,532 คน
หากวินิจฉัยโดยแพทย์ ปัจจุบันแพทย์ที่วินิจฉัยภาวะออทิสซึมได้ มีจำนวน 116 คน หากวินิจฉับสัปดาห์ละครั้งต่อคน จะวินิจฉัยได้ 6,032 ครั้งต่อปี อัตราส่วนแพทย์ต่อเด็ก คือ 1 : 522 จะใช้เวลาประมาณ 10 ปี จึงจะวินิจฉัยครบ
หากใช้เครื่องมือ TDAS หากสหวิชาชีพจากโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป ทั่วประเทศ 116 แห่ง แห่งละ 5 คน รวม 580 คน ใช้เครื่องมือประเมิน TDAS ประเมินสัปดาห์ละครั้งต่อคน จะประเมินเด็กได้ 30,160 ครั้งต่อปี อัตราส่วนสหวิชาชีพต่อเด็ก คือ 1 : 104 ในเวลาประมาณ 2 ปี จึงจะประเมินครบ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหากสหวิชาชีพจากทุกโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศใช้เครื่องมือ TDAS ในการประเมินภาวะออทิสซึม จะสามารถทำให้ละระยะเวลาในการรอคอยการวินิจฉัย และทำให้เด็กได้รับการวินิจฉัยได้ตั้งแต่อายุยังน้อย (Early diagnostic)
พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน กรมสุขภาพจิต มีนโยบายการพัฒนามาตรฐานของระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชของหน่วยบริการในเขตสุขภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่นในเครือข่ายบริการสุขภาพ ให้มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต และเพิ่มการเข้าถึงบริการโรคออทิสติก (ASD) สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ได้ดำเนินการนำเครื่องมือ TDAS ไปใช้ในเขตสุขภาพที่ 1 – 13
จากการนำเครื่องมือ TDAS มาใช้ใน 13 เขตสุขภาพตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน พบว่าในปี 2563 มีอัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคออทิสติกเฉลี่ยร้อยละ 27.06 ปี 2564 มีอัตราการเข้าถึงบริการโรคออทิสติกเฉลี่ยร้อยละ 48.94 และปี 2565 มีอัตราการเข้าถึงบริการโรคออทิสติกเฉลี่ยร้อยละ 67.83 เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเข้าถึงบริการขอผู้ป่วยโรคออทิสติกปี 2563 , 2564 และ 2565 พบว่าอัตราการเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้นในทุกครอบคลุมทั้ง 13 เขตสุขภาพ (ข้อมูลจาก Health Data Center (HDC) ณ วันที่ 25 เมษายน 2565) ส่งผลให้ผู้ป่วยออทิสซึมได้รับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงที ส่งผลดีต่อเด็กที่จะได้รับการบำบัดรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อพยากรณ์โรคที่ดีขึ้น
การดำเนินงาน TDAS ใน 13 เขตสุขภาพ ตั้งแต่ปี 2562 – ปัจจุบัน (2566) พบว่ามีบุคลากรสหวิชาชีพ (แพทย์, พยาบาล, นักจิตวิทยา, นักกิจกรรมบำบัด และนักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย) ผ่านการอบรมการใช้เครื่องมือ TDAS ทั้งหมด 651 คน จากหน่วยงานครอบคลุม 13 เขตสุขภาพ, 62 จังหวัด, 148 โรงพยาบาล
ในปี 2566 สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ได้ดำเนินโครงการ พัฒนาคลินิกสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่นในการวินิจฉัยภาวะออทิสซึมด้วยเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในระยะเริ่มแรกสำหรับเด็กไทย (TDAS) มีบุคลากรสหวิชาชีพเข้าร่วมอบรมทั้งหมด 123 คน และมีโรงพยาบาลคู่เครือข่าย TDAS จำนวนทั้งหมด 25 โรงพยาบาล ดังนี้
|
เขตสุขภาพ |
ชื่อโรงพยาบาลคู่เครือข่าย TDAS |
|
1 |
1.รพ.ฝาง จ.เชียงใหม่ |
|
2.รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน |
|
|
2 |
- |
|
3 |
1.รพ.ชัยนาท จ.ชัยนาท |
|
2.รพ.พิจิตร จ.พิจิตร |
|
|
3.รพ.บางมูลนาก จ.พิจิตร |
|
|
4 |
- |
|
5 |
1.รพ.มะการักษ์ จ.กาญจนบุรี |
|
2.รพ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร |
|
|
6 |
1.รพ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ |
|
2.รพ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว |
|
|
7 |
1.รพ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ |
|
2.รพ.เกษครวิสัย จ.ร้อยเอ็ด |
|
|
8 |
1.รพ.หนองคาย จ.หนองคาย |
|
2.รพ.วังสะพุง จ.เลย |
|
|
3.รพร. ธาตุพนม จ.นครพนม |
|
|
9 |
1.โรงพยาบาลปราสาท จ.สุรินทร์ |
|
2.โรงพยาบาลสีคิ้ว จ.นครราชสีมา |
|
|
10 |
1.รพ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี |
|
2.รพ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ |
|
|
11 |
1.รพ.ตะกั่วป่า จ.พังงา |
|
2.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช |
|
|
12 |
1.รพ.ปัตตานี จ.ปัตตานี |
|
2.รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส |
|
|
3.รพ.หาดใหญ จ.สงขลา |
|
|
13 |
1.ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 บางซื่อ |
|
2.ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง |
เป้าหมายในการดำเนินงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ สนับสนุนการจัดตั้งคลินิกประเมินด้วยเครื่องมือ TDAS ในโรงพยาบาลคู่เครือข่าย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการโรคออทิสติก และส่งผลให้เด็กได้รับการวินิจฉัยบำบัดได้อย่างทันท่วงที
ฐานข้อมูลการวินิจฉัยภาวะออทิสซึมด้วยเครื่องมือ TDAS (TDAS database) ซึ่งบันทึกข้อมูลตามแบบสังเกตและสัมภาษณ์, อัพโหลดไฟล์ 3 รูปแบบคือ 1) เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 2) วิดีโอไฟล์ 3) ไฟล์เสียงการสัมภาษณ์, ระบบ Transfer ข้อมูลเพื่อเก็บข้อมูลระยะยาว และมีระบบอัพเดตการลงข้อมูลแบบ Real-time
ปัจจุบันบันทึกข้อมูลการประเมิน TDAS จำนวน 1,113 ราย
(ที่มา https://tdas.thaichilddevelopment.com/tdasreport.php)
วันที่ : 13 มี.ค. 2023
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่